กลยุทธ์การทำ SEO สำหรับอนาคต

การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา หรือ Search Engine Optimization (SEO) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ โดยกลยุทธ์ SEO ที่ดีจะสามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายทื่คุณต้องการได้ แต่ในขณะเดียวกัน การทำ SEO ที่ไม่ได้ผ่านการวางแผนมาอย่างดี นอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว จะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณทางการตลาดของคุณอีกด้วย

SEO นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีเทรนด์ในการทำ SEO ใหม่ๆในทุกปี ดังนั้นการปรับตัวและการหาแนวทางใหม่ๆสำหรับการทำ SEO ในอนาคตนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการอัพเดทเว็บไซต์ของคุณให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงของ SEO อยู่ตลอด

AI จะกลายเป็นส่วนใหญ่ของการทำ SEO

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นเป็นที่รู้จักมาระยะหนึ่งแล้ว แต่นักการตลาดเริ่มมีการใช้ AI มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่ AI ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากการนำ AI เข้ามาช่วย ซึ่ง AI น่าจะเป็นส่วนสำคัญของ SEO และจะยังคงพัฒนาต่อไปในอนาคต

ข้อดีของ AI และระบบ Machine Learning ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ความคล่องตัวในการนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย สามารถนำไปใช้กับแง่มุมต่างๆ ของการตลาดออนไลน์ และยังเป็นประโยชน์ต่อการทำ SEO โดยเนื้อหาและรูปภาพต้องได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับ Search engine เพื่อทำให้ AI สามารถเข้ามาช่วยในการชี้จุด วิเคราะห์เนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์

นอกจากนี้ระบบ RankBrain ของ Google ยังมีวิธีการคัดเลือกเนื้อหาอย่างละเอียดก่อนที่จะนำเว็บไซต์ไปแสดงให้ตรงกับคำค้นหาอีกด้วย อัลกอริธึมที่ขับเคลื่อนโดย AI มักจะเลือกเนื้อหาที่มีคุณภาพและความเกี่ยวข้องเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้เราควรให้ความสำคัญกับการทำงานของ AI ให้มากขึ้น เพราะ AI จะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการทำ SEO ของเว็บไซต์ของคุณ เช่น Keyword  โดยการทำ SEO สำหรับเว็บไซต์นั้น คุณจะต้องสร้างเนื้อหาที่มี Keyword ที่คุณต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้และมอบสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับผู้อ่านอีกด้วย

SEO สำหรับมือถือจะได้รับความสนใจมากขึ้น

เนื่องจากในปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นได้เปลี่ยนไป โดยการค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่จะดำเนินการบนมือถือ ดังนั้นเว็บไซต์จะต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ที่จำเป็นในการปรับการแสดงข้อมูลให้เหมาะสมกับมือถือมากขึ้น

การเตรียมเนื้อหาให้แสดงผลได้ดีบนเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้นอาจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะจะทำให้ประสบการณ์การใช้งานบนมือถือของผู้ค้นหานั้นแย่ลง ทำให้เนื้อหาอ่านยาก และอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่สามารถแสดงผลใน Google ผ่านมือถือได้อีกต่อไป โดยสิ่งนี้จะกระทบจำนวน traffic ที่เข้าเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน

ดังนั้นถ้าหากเราทำให้เว็บไซต์สามารถแสดงผลบนมือถือได้ดี เราจะได้ผลประโยชน์มากถึงสามข้อ ดังนี้

  • ไม่ใช่คู่แข่งทั้งหมดของคุณที่จะมีเว็ยไซต์ที่ปรับให้เหมาะกับมือถือ ดังนั้นหากคุณมี เว็บไซต์ของคุณจะสามารถติดอันดับได้ดีกว่าคู่แข่งที่ไม่ปรับการแสดงผลให้เหมาะกับมือถืออย่างแน่นอน
  • คุณจะเพิ่มการแสดงผลบนการค้นหาผ่านมือถือ และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น
  • การทำงานของ SEO ที่คุณทำไปจะเห็นผลชัดเจนขึ้นเพราะคุณให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ค้นหาบนมือถือ

Content ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อ

แม้ว่าการทำ Content ควรจะต้องเตรียมข้อมูลให้เหมาะสมกับความสนใจของลูกค้า สิ่งที่ลูกค้าต้องการ และ การแก้ไขปัญหาสำหรับลูกค้า แต่ข้อมูลที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่มีมักจะเกี่ยวข้องกับ Brand และ สินค้าของตัวเอง ซึ่งในมุมของลูกค้านั้นอาจจะรู้สึกว่ามัน Tie-in การขายสินค้ามากจนเกินไป และอาจจะทำให้กลุ่มลูกค้าไม่สนใจสินค้าหรือบริการเลยก็เป็นได้

ดังนั้นการเตรียมเนื้อหาในเว็บไซต์ไม่ใช่แค่การอัด Keyword ลงไปในเว็บไซต์ของคุณเพื่อเน้นการทำ SEO อย่างเดียวอีกต่อไป  ในทางกลับกัน ยิ่งคุณลงทุนในคุณภาพของเนื้อหาและข้อมูลมากเท่าไร ทำให้ข้อมูลอ่านง่าย และมีประโยชน์ต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์และผู้ซื้อ เว็บไซต์ของคุณจะสามารถติดอันดับใน Google ได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้กลุ่มลูกค้าใหม่มากขึ้น เพราะผู้คนที่เข้ามาในเว็บไซต์เพื่อศึกษาและหาข้อมูลที่มีประโยชน์ จะได้เห็นสิ่งที่คุณตั้งใจจะนำเสนอให้กับกลุ่มลูกค้า

ถ้าคุณทำการสำรวจและหาข้อมูลมากพอ จนคุณเข้าใจปัญหาที่ลูกค้าพบเจออยู่ คุณจะสามารถสร้างเนื้อหาและให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังสามารถนำเสนอสิ่งที่กลุ่มลูกค้าต้องการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

VDO จะยังสื่อหลักในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า

Google นั้นมีความฉลาดขึ้นเรื่อยๆในการวิเคราะห์เนื้อหาทุกประเภท เนื่องจากเนื้อหาภาพได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์มากขึ้นเพื่อปรับข้อมูลให้เหมาะสมสำหรับ Search engine ในปัจจุบัน วิดีโอเป็นรูปแบบของเนื้อหาที่ต้องการมากที่สุด และมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต

YouTube เองก็เป็นหนึ่งใน Search engine  เมื่อพิจารณาถึงจำนวนการค้นหาบน YouTube ในแต่ละวัน ก็ถือได้ว่าเป็นการค้นหาที่มากเลยทีเดียว  วิดีโอสามารถใช้ในกลยุทธ์ของคุณได้เหมือนกันโดยไม่จำเป็นต้องใช้ YouTube สำหรับการโปรโมทสินค้าหรือบริการ คุณสามารถรวมเนื้อหาที่เป็นภาพและวิดิโอเข้ากับข้อมูลโดยรวมได้โดยไม่จำเป็นต้องเน้นที่กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทั้งหมดด้วยการโปรโมทผ่าน Youtube อย่างเดียว

ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาจากเว็บไซต์เขียนรีวิว ได้อธิบายไว้ว่า “วิดีโอเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีใน Content คุณควรปรับเนื้อหาวิดีโอของคุณให้เหมาะสมสำหรับเครื่องมือค้นหา เช่นเดียวกับที่คุณทำกับอย่างอื่น นอกจากนี้อาจจะลองดูว่าสามารถนำ vdo ลงไปใส่ใน landing page ได้หรือไม่”

การค้นหาด้วยเสียงจะมีปริมาณที่มากขึ้น

การค้นหาด้วยเสียงเป็นการผสมผสานของเทรนด์ก่อนหน้าในมุมของ SEO เพราะเป็นการเชื่อมการใช้ AI กับการแสดงผลในมือถือ ผู้ที่ทำการค้นหาบนมือถือเป็นประจำส่วนใหญ่คือกลุ่มคนเดียวกันกับที่ใช้การค้นหาด้วยเสียงบ่อยในปัจจุบัน ไม่ใช้เรื่องแปลกที่การค้นหาด้วยเสียงมีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกับ AI และการใช้มือถือ

สิ่งที่น่าสนใจคือความนิยมของการค้นหาด้วยเสียงนั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับผู้ช่วยเสียงหรือ Voice assistant  เช่น Siri ของ Apple ไปจนถึง Google Assistant และ Alexa ของ Amazon ในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายให้ใช้งาน ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มใช้ผู้ช่วยได้ทันที เพียงสั่งคำสั่งง่ายๆเช่น “เล่นเพลง XXX” ไปจนถึง “พรุ่งนี้อากาศจะเป็นอย่างไร”

การใช้งานหรือการถามหาข้อมูลผ่าน Voice Assistant เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การขอข้อมูลจาก Voice Assistant  จะเกิดการค้นหา (เช่น Google Assistant จะค้นหาข้อมูลใน Google) ดังนั้นการปรับเนื้อหาของคุณให้เหมาะสม ไม่ใช่แค่ Head Keyword อาจจะเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงไว้ในอนาคต  ตัวอย่างการค้นหาด้วยเสียง “ยาสีฟันสำหรับฟันที่บอบบาง” หรือ “ยาสีฟันชนิดใดที่เหมาะกับฟันที่บอบบาง”

หรือกลุ่ม Long-tail keyword นั่นเอง

ต้องระวังการทำ Backlink แบบเดิมๆ

องค์ประกอบหลักอย่างหนึ่งของ SEO ที่มีมาอย่างยาวนานก็คือการทำ Backlink ให้กับเว็บไซต์ การได้รับลิ้งก์ที่ดีจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับ Google ได้ดีขึ้น  แต่ด้วย Algorithm ของเครื่อง Search engine ที่ฉลาดขึ้น อาจจะส่งผลกระทบกับการทำ Backlink แบบเดิมๆได้

สิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้คือ เมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์จากการทำ Backlink หลายๆลิ้งก์ กับการได้รับเพียงหนึ่ง Backlink ที่ดีจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ การได้รับ Backlink คุณภาพเพียงลิ้งก์เดียวนั้น ส่งผลดีกับ SEO มากกว่าเว็บไซต์ที่ได้รับลิ้งก์จากเว็บที่ไม่มีคุณภาพหลายลิ้งรวมกันเสียอีก

ดังนั้นคุณควรเลือกคุณภาพของลิ้งก์ที่ส่งเข้ามาที่เว็บไซต์ให้มากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็น Backlink หรือ External link ที่คุณทำในเว็บไซต์ หากลิ้งก์ที่คุณทำทั้งหมดเกิดจากลิ้งก์ที่มีคุณภาพแล้วหล่ะก็ เว็บไซต์ของคุณจะมีคะแนนการทำ SEO ที่ดีขึ้นแน่นอน ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับใน Google ได้ดีขึ้นได้

การทำการตลาดหลายๆช่องทางได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

การทำ SEO นั้นมีความหลากหลายและสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งเป็นการปูทางให้กับการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน

การทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันสามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนั้นคุณสามารถใช้แต่ละช่องทางในการช่วยกันโปรโมทได้ เช่น การนำเว็บไซต์ไปเผยแพร่ผ่าน Social Media หรือผ่านทาง email

การทำการตลาดแบบหลายช่องทางนั้นจะต้องอาศัยการวางแผนและต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ แต่ถ้าทำได้ถูกต้อง มันจะสร้างยอดและหาลูกค้าใหม่ๆได้อย่างง่ายดาย

สรุปทิ้งท้าย

การทำ SEO นั้นคือพื้นฐานของการทำการตลาดออนไลน์ทั้งในอดีตและอนาคต ดังนั้นคุณควรมีการปรับตัวตลอดเวลาเพื่อให้เว็บไซต์คุณสามารถติดอันดับที่ดีได้บนหน้า Search engine ต่างๆ